ค่าธรรมเนียมโอนรถบรรทุก เอกสาร ขั้นตอน และค่าใช้จ่ายที่ควรเตรียมก่อนถึงขนส่ง
- Ronnarit Promsuwan

- 5 ต.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 15 มิ.ย.
ทำไมต้อง “โอนให้ถูกต้อง” ตั้งแต่แรก
การโอนคือการยืนยันความเป็นเจ้าของที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นจุดเริ่มของความคุ้มครองด้านความรับผิด หากเกิดอุบัติเหตุหรือคดีหลังเปลี่ยนมือ ผู้ครอบครองตามทะเบียนจะถูกเรียกตรวจสอบก่อน การทำให้เสร็จครบถ้วนจึงลดความเสี่ยงทั้งด้านกฎหมายและค่าเสียหายที่อาจตามมา
เอกสารที่ควรเตรียมให้พร้อม
ก่อนวันไปติดต่อ ควรตรวจความครบถ้วนของเอกสารทั้งฝั่งผู้โอนและผู้รับโอน รวมถึงเอกสารประกอบกรณีรถยังผ่อนไฟแนนซ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการวนคิวซ้ำและค่าบริการเพิ่มเติมที่ไม่จำเป็น
รายการเอกสารหลัก
เล่มทะเบียนตัวจริง, สำเนาบัตรประชาชน/นิติบุคคลของผู้โอน–ผู้รับโอน
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้าไม่ได้ไปด้วยตนเอง) + สำเนาบัตรผู้รับมอบอำนาจ
สัญญาเช่าซื้อ/หนังสือปลดภาระ (ถ้ายังติดไฟแนนซ์)
ใบรับรองการตรวจสภาพ/น้ำหนัก (ถ้ากำหนด) และหลักฐานชำระภาษีค้าง
โครงสร้างค่าใช้จ่าย: มีอะไรรวมอยู่บ้าง
ค่าธรรมเนียมมักประกอบด้วยค่าคำขอ ค่าธรรมเนียมโอน อากรแสตมป์ และค่าจดเปลี่ยนข้อมูลบันทึกในทะเบียน (เช่น เปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์/ที่อยู่) นอกเหนือจากนี้อาจมีค่าตรวจสภาพ ค่าพรบ./ภาษีที่ค้าง ค่าปรับกรณีเกินกำหนด และค่าบริการเอกชนถ้าเลือกใช้บริการอำนวยความสะดวก
ขั้นตอนตั้งแต่เตรียมรถถึงรับเล่ม
โดยทั่วไปเริ่มจากการตรวจเอกสารเบื้องต้น–ตรวจสภาพรถ (ถ้ากำหนด)–ยื่นคำขอ–ชำระค่าธรรมเนียม–รออนุมัติและปรับปรุงรายการในเล่ม คิวหน้างานขึ้นกับจังหวัดและช่วงเวลา การนัดหมาย–ตรวจรอบเอกสารก่อนวันจริงช่วยลดการวนคิวซ้ำ
เช็กลิสต์วันไปติดต่อ
ถ่ายรูปตัวถัง/เลขคัสซี/เครื่องยนต์เผื่อเจ้าหน้าที่ขอ
พกตรายาง/เอกสารมอบอำนาจที่ลงชื่อครบถ้วน
ตรวจสถานะภาษี–ค่าปรับค้างชำระให้เรียบร้อย
เตรียมเงินสำรอง/สลิปโอนกรณีใช้บริการเอกชนร่วม
เคล็ดลับลดค่าใช้จ่ายแฝง
การจัดเอกสารให้ครบตั้งแต่แรกคือวิธีประหยัดที่สุด รองลงมาคือการเลือกระยะเวลาที่คิวบาง (เช้า–กลางสัปดาห์) และตรวจสภาพรถให้ผ่านในครั้งเดียว เพื่อลดค่ากลับไปแก้และเสียเวลาเดินทางซ้ำ หากต้องการภาพรวมแนวทางดูแลรถและต้นทุนที่เกี่ยวข้อง สามารถ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถบรรทุก ได้ที่ https://www.askkairod.com/truck
องค์ประกอบค่าธรรมเนียมโอนรถบรรทุก มีอะไรบ้าง
ค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์รถบรรทุกมือสองที่กรมการขนส่งทางบก โดยทั่วไปประกอบด้วยรายการหลักดังนี้ (อัตราอาจปรับเปลี่ยน แนะนำให้ตรวจสอบกับสำนักงานขนส่งในพื้นที่ก่อนดำเนินการ)
ค่าธรรมเนียมโอนทะเบียน: ประมาณ 200 บาทต่อคัน
ค่าอากรแสตมป์: 0.5% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า เช่น รถราคา 600,000 บาท จะอยู่ที่ราว 3,000 บาท
ค่าคำขอและค่าธรรมเนียมเอกสาร: หลักหน่วยถึงหลักสิบบาท
ค่าตรวจสภาพรถ: สำหรับรถบรรทุกมักต้องผ่านการตรวจสภาพ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเล็กน้อยตามประเภทและน้ำหนักรถ
ค่าเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียน (ถ้าต้องการ): กรณีย้ายเขตจดทะเบียนหรือขอป้ายใหม่
ตัวอย่างการประเมินค่าโอนรถบรรทุกมือสอง
สมมติซื้อรถบรรทุก 6 ล้อมือสองราคา 600,000 บาท ค่าใช้จ่ายโอนโดยประมาณคือ ค่าธรรมเนียมโอน 200 บาท + อากรแสตมป์ 0.5% (~3,000 บาท) + ค่าคำขอและตรวจสภาพอีกเล็กน้อย รวมแล้วมักอยู่ในหลักไม่กี่พันบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่ารถ การเตรียมงบส่วนนี้ไว้ล่วงหน้าช่วยให้ปิดดีลได้ราบรื่นโดยไม่ติดขัด
คำถามที่พบบ่อยเรื่องค่าโอนรถบรรทุก
ผู้ซื้อหรือผู้ขายเป็นคนจ่ายค่าโอน
โดยทั่วไปขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างสองฝ่าย แต่ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่ผู้ซื้อจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าโอน ควรระบุให้ชัดในสัญญาซื้อขายเพื่อป้องกันข้อโต้แย้ง
ถ้ารถยังติดไฟแนนซ์ โอนได้ไหม
ต้องปิดยอดกับไฟแนนซ์และได้เล่มทะเบียนคืนก่อน หรือทำเรื่องเปลี่ยนสัญญาผู้เช่าซื้อกับบริษัทไฟแนนซ์ จึงจะโอนกรรมสิทธิ์ได้สมบูรณ์
อ่านคู่มือเลือกซื้อฉบับเต็มได้ที่ รถบรรทุกมือสอง คู่มือเลือกซื้อฉบับสมบูรณ์












ความคิดเห็น