top of page
ค้นหา

รถตักมือสอง รถขุดมือสอง: ราคา ยี่ห้อไหนดี วิธีเลือกซื้อไม่ให้โดนหลอก 2026

  • รูปภาพนักเขียน: Marketer Whalevox
    Marketer Whalevox
  • 5 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 3 นาที

ในวงการก่อสร้างและอุตสาหกรรมหนัก "เครื่องจักร" เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญที่ทำให้งานเดินหน้าไปได้ ไม่ว่าจะเป็นงานขุดเจาะ งานถมดิน หรือการขนย้ายวัสดุ แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่ป้ายแดงอาจเป็นภาระต้นทุนที่หนักอึ้งสำหรับผู้รับเหมาหลายราย โดยเฉพาะ SMEs หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นกิจการ ดังนั้น "รถตักมือสอง" และ "รถขุดมือสอง" จึงกลายเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดในการบริหารจัดการต้นทุน

อย่างไรก็ตาม ตลาดเครื่องจักรหนักมือสองในประเทศไทยนั้นกว้างใหญ่และมีความซับซ้อน มีทั้งรถสภาพนางฟ้าที่นำเข้าจากญี่ปุ่น (เก่านอก) และรถที่ผ่านการใช้งานอย่างหนักหน่วงในไทยแล้วนำมาทำสีใหม่ (ย้อมแมว) การมีความรู้ที่ถูกต้องในการเลือกซื้อจึงเป็นเกราะป้องกันไม่ให้คุณเสียเงินหลักแสนหรือหลักล้านไปกับเศษเหล็ก

บทความนี้ ASK Kairod จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่การแยกประเภทเครื่องจักร การอัปเดตราคาตลาดปี 2026 การเปรียบเทียบยี่ห้อยอดนิยม ไปจนถึงเทคนิคการดูรถแบบเซียน เพื่อให้คุณได้รถตักและรถขุดมือสองที่ "คุ้มค่า" และ "ทำเงิน" ให้คุณได้จริง

รถตัก vs รถขุด ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้ตรงงาน

ก่อนจะไปดูเรื่องราคา เราต้องมั่นใจก่อนว่าเรากำลังมองหาเครื่องจักรที่ถูกประเภท แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นเครื่องจักรหนักเหมือนกัน แต่ฟังก์ชันการทำงานนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกผิดประเภทนอกจากจะทำให้งานล่าช้าแล้ว ยังทำให้เครื่องจักรสึกหรอเร็วกว่ากำหนดด้วย

1. ประเภทงานที่เหมาะสม

รถตัก (Wheel Loader / Pay Loader):

  • หน้าที่หลัก: เน้นการ "ตัก" และ "ขนย้าย" วัสดุจำนวนมากในระยะทางสั้นๆ

  • งานที่เหมาะสม: งานโรงโม่หิน, งานแพลนท์ปูน, ร้านวัสดุก่อสร้าง (ตักทราย/หินขึ้นรถบรรทุก), งานเกษตร (ตักมันสำปะหลัง/ข้าวโพด/ปาล์ม), งานเคลียร์พื้นที่ราบ

  • จุดเด่น: ส่วนใหญ่เป็นล้อยาง ทำให้มีความคล่องตัวสูง เคลื่อนที่ได้เร็ว สามารถวิ่งบนถนนระยะสั้นๆ ได้โดยไม่ต้องใช้เทรลเลอร์ขนย้ายในบางกรณี

รถขุด (Excavator / Backhoe / แม็คโคร):

  • หน้าที่หลัก: เน้นการ "ขุด" "เจาะ" "งัด" และ "ยก" ในแนวดิ่งหรือแนวลึก

  • งานที่เหมาะสม: งานขุดบ่อ ขุดสระ, ขุดวางท่อระบายน้ำ, งานรื้อถอนอาคาร (ใส่หัวเจาะ), งานเคลียร์ป่า, งานขุดฟุตติ้งก่อสร้าง

  • จุดเด่น: ส่วนใหญ่เป็นตีนตะขาบ (Track) ทำให้ลุยพื้นที่ดินหล่ม ดินโคลน หรือพื้นที่ลาดชันได้ดีกว่ารถตัก หมุนตัวได้ 360 องศา ทำงานในที่แคบได้ดี

2. ข้อดี-ข้อเสียของแต่ละแบบ

คุณสมบัติ

รถตักมือสอง (Wheel Loader)

รถขุดมือสอง (Excavator)

ความคล่องตัว

สูง (วิ่งเร็ว, เปลี่ยนหน้างานง่าย)

ต่ำ (เคลื่อนที่ช้า, ต้องใช้เทรลเลอร์ย้าย)

การลุยพื้นที่

ปานกลาง (ติดหล่มง่ายถ้าดินเละ)

สูงมาก (ลุยโคลน, ที่ลาดชันได้ดี)

ความอเนกประสงค์

เน้นตัก/ดัน/ลาก

เน้นขุด/เจาะ/คีบ/ยก

การบำรุงรักษา

ช่วงล่างดูแลง่ายกว่า (ยาง)

ช่วงล่างซับซ้อน (โซ่, โรลเลอร์)

ราคาขายต่อ

เฉพาะกลุ่มกว่า

ตลาดกว้างกว่า (เป็นที่ต้องการสูง)

ราคารถตักมือสอง รถขุดมือสอง อัปเดต 2026

ราคาของเครื่องจักรหนักมือสองนั้นผันแปรตามปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ ยี่ห้อ, รุ่น (Series), ปีที่ผลิต, ชั่วโมงการทำงาน และสภาพโดยรวม (เก่านอก vs เก่าไทย) นี่คือราคาประเมินกลางในตลาดปี 2026 เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตั้งงบประมาณครับ

รถตักมือสอง, รถขุดมือสอง, เครื่องจักรหนักมือสอง, Komatsu, CAT, Kobelco, Hitachi, ASK Kairod

รถตักล้อยาง (Wheel Loader) vs รถตักตีนตะขาบ (Track Loader)

รถตักล้อยาง (ยอดนิยม): ตลาดมีความต้องการสูง โดยเฉพาะรุ่นขนาดกลาง (เทียบเท่า WA300 หรือ 950)

  • ราคาเริ่มต้น: 400,000 - 800,000 บาท (สำหรับรถเก่าปีลึก หรือรถจีน)

  • รถสภาพสวย/เก่านอก: 1,200,000 - 2,500,000 บาท (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและปี)

รถตักตีนตะขาบ: หาได้ยากกว่า มักใช้ในงานเฉพาะทางที่พื้นดินนิ่มมาก

  • ราคา: มักจะต่ำกว่ารถตักล้อยางเล็กน้อยเนื่องจากความต้องการตลาดน้อยกว่า อยู่ที่ประมาณ 300,000 - 1,500,000 บาท

รถขุด PC vs รถขุด Mini

คำว่า "PC" มักใช้เรียกแทนขนาดรถขุด (มาจากรหัสรุ่นของ Komatsu) ส่วน "Mini" คือรถเล็กที่ใช้ในเมืองหรือสวน

รถขุด Mini (PC30 - PC55): คล่องตัวสูง เหมาะกับผู้รับเหมางานวางท่อ หรือชาวสวน

  • ราคาเริ่มต้น: 250,000 - 450,000 บาท (รถเก่าไทย)

  • รถเก่านอกสภาพสวย: 500,000 - 850,000 บาท

รถขุดขนาดกลาง (PC120 - PC130): พิมพ์นิยมสำหรับงานรับเหมาทั่วไป ขนย้ายด้วยรถบรรทุก 6 ล้อใหญ่หรือ 10 ล้อได้

  • ราคาเริ่มต้น: 600,000 - 1,000,000 บาท

  • รถเก่านอกสภาพสวย: 1,200,000 - 2,200,000 บาท

รถขุดขนาดใหญ่ (PC200 / CAT 320): พี่ใหญ่สำหรับงานดินปริมาณมาก งานบ่อทราย

  • ราคาเริ่มต้น: 800,000 - 1,500,000 บาท (รถใช้งานมาเยอะ)

  • รถเก่านอก/รุ่นใหม่: 2,000,000 - 3,500,000+ บาท

ตารางราคาประเมินตามยี่ห้อ (รุ่นยอดนิยม สภาพพร้อมใช้)

ยี่ห้อ

รุ่นตัวอย่าง

ช่วงราคาโดยประมาณ (บาท)

Komatsu

PC200-8 (รถขุด)

1,800,000 - 2,600,000

Komatsu

WA320-6 (รถตัก)

1,500,000 - 2,200,000

Caterpillar (CAT)

320D (รถขุด)

1,900,000 - 2,800,000

Kobelco

SK200-8 (รถขุด)

1,700,000 - 2,400,000

Hitachi

ZX200-3 (รถขุด)

1,600,000 - 2,300,000

Hyundai

R200 (รถขุด)

800,000 - 1,500,000

หมายเหตุ: ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพจริงและอุปกรณ์เสริม (Option) เช่น หัวเจาะ, บุ้งกี๋พิเศษ

ยี่ห้อไหนดี? รีวิวจากผู้ใช้จริง เจาะลึกจุดเด่น-จุดด้อย

การเลือกยี่ห้อรถตักมือสองหรือรถขุดมือสอง ไม่ใช่แค่เรื่องความชอบ แต่คือเรื่องของ "อะไหล่" และ "ช่างซ่อม" ในพื้นที่ของคุณ นี่คือสรุปจุดเด่นของแต่ละค่ายครับ

1. Komatsu (โคมัตสุ) - "เจ้าตลาด ซื้อง่ายขายคล่อง"

  • จุดเด่น: เป็นเหมือน Toyota ของวงการเครื่องจักรหนัก ทนทาน อะไหล่หาง่ายมาก (ทั้งแท้และเทียบ) ช่างที่ไหนก็ซ่อมเป็น ราคาขายต่อแข็งที่สุดในตลาด

  • เหมาะกับใคร: ผู้เริ่มต้น, ผู้รับเหมาที่ต้องการความชัวร์เรื่องอะไหล่ และมองถึงราคาขายต่อในอนาคต

2. CAT (Caterpillar) - "ดุดัน พรีเมียม งานหนักต้องพี่เขา"

  • จุดเด่น: โครงสร้างเหล็กแข็งแกร่ง เครื่องยนต์กำลังแรง ระบบไฮดรอลิกเสถียรมาก ลุยงานหนัก (Heavy Duty) ได้ดีเยี่ยม อายุการใช้งานยาวนาน

  • ข้อสังเกต: อะไหล่และค่าซ่อมบำรุงอาจสูงกว่าค่ายอื่นเล็กน้อย และกินน้ำมันกว่าเล็กน้อยแลกกับงานที่เสร็จไว

  • เหมาะกับใคร: งานบ่อดิน งานเหมือง หรืองานที่ต้องการความรวดเร็วและกำลังขุดมหาศาล

3. Kobelco (โกเบลโก้) - "ประหยัดน้ำมัน สีฟ้าขวัญใจมหาชน"

  • จุดเด่น: ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัดน้ำมัน (รุ่น Mark 8 หรือรุ่นใหม่ๆ ทำได้ดีมาก) ระบบไฮดรอลิกนุ่มนวล ควบคุมง่าย ไม่กระชาก

  • เหมาะกับใคร: ผู้รับเหมาที่เน้นเรื่อง Cost-saving ค่าน้ำมัน และต้องการรถที่ขับสบาย

4. Hitachi (ฮิตาชิ) - "สมดุลแห่งพลัง สีส้มจอมอึด"

  • จุดเด่น: เป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ Komatsu โดดเด่นเรื่องระบบสวิงที่รวดเร็ว (Swing Speed) และระบบไฮดรอลิกที่แม่นยำ ราคาจับต้องได้ง่ายกว่าสองค่ายแรกเล็กน้อย

  • เหมาะกับใคร: งานตักขึ้นรถดั๊มพ์ที่ต้องใช้ความเร็วในการสวิงไปมา

5. Hyundai / Doosan (รถเกาหลี) - "ทางเลือกคุ้มค่า ราคาเข้าถึงง่าย"

  • จุดเด่น: ราคาถูกกว่ารถญี่ปุ่นพอสมควร ได้รถปีใหม่กว่าในงบเท่ากัน อะไหล่เริ่มแพร่หลายมากขึ้น

  • ข้อสังเกต: ราคาขายต่ออาจไม่ดีเท่ารถญี่ปุ่น และระบบไฟฟ้าในบางรุ่นอาจจุกจิกบ้าง

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีงบจำกัด แต่อยากได้รถปีใหม่ สภาพสด หรือใช้งานไม่หนักมาก

7 จุดตรวจสอบก่อนซื้อรถตัก-รถขุดมือสอง (ฉบับมืออาชีพ)

การซื้อรถมือสอง "ตาดีได้ ตาร้ายเสีย" แต่ถ้าคุณเช็ค 7 จุดนี้อย่างละเอียด โอกาสพลาดจะน้อยลงมากครับ

รถตักมือสอง, รถขุดมือสอง, เครื่องจักรหนักมือสอง, Komatsu, CAT, Kobelco, Hitachi, ASK Kairod

1. ชั่วโมงการทำงาน (Hour Meter)

  • มาตรฐาน: รถสภาพดีควรมีชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยปีละ 1,000 - 1,500 ชม. หากรถอายุ 5 ปี แต่ไมล์ปาไป 20,000 ชม. แสดงว่าใช้งานหนักมาก (กะดึกกะเช้า)

  • ระวัง: การกรอไมล์! ให้ดูสภาพความสึกหรอของ "แป้นเหยียบ" "เบาะนั่ง" และ "ด้ามจับคอนโทรล" ประกอบ ถ้าไมล์น้อยแต่พวกนี้สึกจนโล้น ให้สันนิษฐานว่ากรอไมล์มา

2. ระบบไฮดรอลิก (หัวใจสำคัญ)

  • การทดสอบ: ลองขยับทุกท่า (ยกบูม, ยืดอาร์ม, สวิง) ต้องทำได้นุ่มนวล ไม่กระตุก

  • โหลดเทส: ลองตักดินเต็มบุ้งกี๋แล้วยกค้างไว้ ดูว่ากระบอกไฮดรอลิกตกหรือไม่ (Boom Drop) ถ้าตกแสดงว่าซีลภายในรั่ว

  • ความร้อน: ลองขับสัก 15-20 นาที แล้วเช็คว่าแรงตกไหม ถ้าร้อนแล้วแรงตก ปั๊มไฮดรอลิกอาจจะเริ่มหลวม ซึ่งค่าซ่อมแพงมาก

3. บูมและอาร์ม (โครงสร้างหลัก)

  • มองหา "รอยร้าว" หรือ "รอยเชื่อม" ตามจุดหมุนและข้อต่อต่างๆ โดยเฉพาะโคนบูม

  • รถที่มีการดามเหล็กหรือเชื่อมซ่อมมา อาจผ่านงานโหดหรือเคยเกิดอุบัติเหตุ ต้องเช็คให้ดีว่าซ่อมมาได้มาตรฐานหรือไม่

4. สภาพช่วงล่าง (Undercarriage) สำหรับรถขุด

  • โซ่และโรลเลอร์: เช็คความหนาของข้อโซ่ (Link) และโรลเลอร์ ถ้าสึกจนคมหรือบางมาก เตรียมเงินแสนไว้เปลี่ยนได้เลย

  • เฟืองขับ (Sprocket): ฟันเฟืองต้องไม่แหลมคมจนเกินไป

  • สำหรับรถตัก: เช็คสภาพยาง ดอกยางเหลือเยอะไหม แก้มยางมีรอยฉีกขาดหรือไม่ เพราะยางรถตักเส้นหนึ่งราคาหลายหมื่นบาท

5. เครื่องยนต์

  • สตาร์ท: ต้องติดง่าย แม้เครื่องเย็น

  • สีควัน:

    • ควันดำ: เผาไหม้ไม่หมด (อาจแค่กรองตัน หรือปั๊มดีเซลมีปัญหา)

    • ควันขาว: น้ำมันเครื่องเข้าห้องเผาไหม้ หรือแหวนลูกสูบหลวม (อาการหนัก)

    • ควันไหล (Blow-by): เปิดฝาเติมน้ำมันเครื่องขณะติดเครื่อง ถ้ามีไอขาวพุ่งออกมาเยอะ แสดงว่าเครื่องหลวม

  • เสียง: ต้องเดินเรียบ ไม่สะดุด ไม่มีเสียงเคาะโลหะดังผิดปกติ

6. เอวสวิง (Swing Circle) สำหรับรถขุด

  • ลองหมุนตัวและเบรกดูว่าหยุดกึกเลย หรือมีระยะฟรีเยอะ (ไหล)

  • ลองใช้บุ้งกี๋ดันพื้นเพื่อยกตัวรถขึ้นเล็กน้อย แล้วโยกตัวรถดูว่าช่วงเอวคลอนหรือไม่ (ถ้าคลอน ค่าซ่อมแพงและยุ่งยาก)

7. เอกสารประจำรถ

  • รถเก่านอก: ต้องมีใบอินวอยซ์ (Invoice) และใบรับรองการนำเข้าที่ถูกต้อง สามารถนำไปจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ได้

  • รถเก่าไทย/รถทะเบียน: ต้องมีเล่มทะเบียน (ถ้าจดแล้ว) หรือสัญญาซื้อขายที่ชัดเจน ตรวจสอบเลขตัวถัง (Serial No.) และเลขเครื่องยนต์ให้ตรงกับเอกสาร ห้ามมองข้ามเด็ดขาดเพื่อป้องกันการรับซื้อของโจร

ไฟแนนซ์รถตัก รถขุดมือสอง ผ่อนอย่างไร?

หลายคนเข้าใจผิดว่าซื้อรถแม็คโครมือสองต้องใช้เงินสดเท่านั้น จริงๆ แล้วปัจจุบันมีบริษัทไฟแนนซ์รองรับมากมายครับ

เงื่อนไขการอนุมัติเบื้องต้น

  1. ผู้ซื้อ: ต้องมีอาชีพชัดเจน (ผู้รับเหมา, เกษตรกร, นิติบุคคล) มีการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน

  2. สัญญาจ้างงาน: หากมีสัญญาจ้างงานหรือใบสั่งจ้าง (PO) จะช่วยให้ผ่านง่ายขึ้นมาก

  3. เครดิตบูโร: ตรวจสอบตามปกติ แต่บางลิสซิ่งอาจยืดหยุ่นได้หากมีคนค้ำประกันที่แน่นหนา

ดาวน์เท่าไหร่?

  • โดยทั่วไปรถมือสองจะต้องดาวน์ประมาณ 20% - 30% ของราคารถ

  • ดอกเบี้ยรถจักรกลหนักมักจะเป็นแบบ Flat Rate (คงที่) อยู่ที่ประมาณ 6% - 10% ต่อปี ขึ้นอยู่กับปีรถและเครดิตลูกค้า

ที่ ASK Kairod เรามีพันธมิตรทางด้านไฟแนนซ์และลิสซิ่งชั้นนำ ที่พร้อมดันเคสลูกค้า ช่วยให้คุณออกรถได้ง่ายขึ้น แม้จะเป็นมือใหม่หัดรับเหมา

ทำไมเลือกซื้อที่ ASK Kairod?

หากคุณกำลังมองหา รถขุดมือสอง หรือ รถตักมือสอง ที่ไว้ใจได้ ไม่มีการย้อมแมว ASK Kairod คือคำตอบของคุณ เพราะเราเข้าใจหัวอกคนทำธุรกิจก่อสร้าง

  1. คัดรถเกรด A+: เรามีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบรถทุกคันก่อนนำเข้าสต็อก ไม่ว่าจะเป็นรถเก่านอกนำเข้า หรือรถสภาพสวยในไทย เราเช็คละเอียดทั้งเครื่องยนต์ ไฮดรอลิก และช่วงล่าง

  2. ความจริงใจ: เราแจ้งสภาพรถตามความจริง จุดไหนดีบอกดี จุดไหนต้องเก็บงานเราแจ้งล่วงหน้า ไม่มีหมกเม็ด

  3. บริการครบวงจร:

    • ทดลองขับ: มีพื้นที่ให้คุณลองเทสรถได้เต็มที่ จนกว่าจะพอใจ

    • จัดไฟแนนซ์: เรามีเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องสินเชื่อ ดันทุกเคส

    • ขนส่ง: บริการส่งรถถึงหน้างานทั่วประเทศไทย

  4. ราคาเป็นธรรม: เราเน้นขายไว หมุนเวียนรถเร็ว ทำให้คุณได้รถในราคาตลาดที่สมเหตุสมผล ไม่แพงเวอร์

สรุป

การเลือกซื้อ รถตักมือสอง และ รถขุดมือสอง ปี 2026 ให้คุ้มค่านั้น หัวใจสำคัญคือ "ความรู้" และ "แหล่งซื้อที่ไว้ใจได้" การเลือกรถที่เหมาะกับประเภทงาน ตรวจสอบสภาพอย่างละเอียดทั้ง 7 จุด และวางแผนการเงินให้ดี จะช่วยให้เครื่องจักรกลายเป็นเครื่องผลิตเงินให้คุณอย่างยั่งยืน

อย่าเสี่ยงดวงกับรถที่คุณไม่รู้ประวัติ! หากคุณต้องการคำปรึกษา หรือกำลังมองหารถขุด Komatsu, CAT, Kobelco สภาพนางฟ้า พร้อมใช้งานทันที

ติดต่อ ASK Kairod วันนี้ เพื่อดูรถจริงและรับข้อเสนอพิเศษ!

📞 โทรปรึกษาฝ่ายขาย: 098-253-5968

💬 Line: @askkairod

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page