top of page
ค้นหา

รถ 6 ล้อมือสอง vs รถ 10 ล้อมือสอง: เลือกแบบไหนดี? คู่มือเปรียบเทียบฉบับสมบูรณ์ 2026

  • รูปภาพนักเขียน: Marketer Whalevox
    Marketer Whalevox
  • 5 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 3 นาที

โดย: ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก ASK Kairod

ในปี 2026 ที่เศรษฐกิจเริ่มกลับมาคึกคัก การแข่งขันในธุรกิจขนส่งและรับเหมาก่อสร้างยิ่งทวีความดุเดือด "ต้นทุน" กลายเป็นหัวใจสำคัญที่จะชี้วัดว่าใครจะอยู่รอดและทำกำไรได้มากกว่ากัน สำหรับผู้ประกอบการหลายท่าน การลงทุนซื้อรถบรรทุกใหม่ป้ายแดงอาจจะเป็นภาระที่หนักอึ้งเกินไป ดังนั้น "รถบรรทุกมือสอง" จึงกลายเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดในการบริหาร Cash Flow

แต่คำถามโลกแตกที่ผู้ประกอบการ ทั้งมือเก๋าและมือใหม่มักจะถามทีมงาน ASK Kairod เสมอคือ "ควรซื้อ รถ 6 ล้อมือสอง หรือขยับไปเล่น รถ 10 ล้อมือสอง เลยดีกว่า?"

บทความนี้ไม่ใช่แค่การแนะนำรถ แต่คือ "คัมภีร์การลงทุน" ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้แม่นยำที่สุด เปรียบเทียบกันหมัดต่อหมัด ทั้งสเปก ราคา ความคุ้มค่า และการใช้งาน เพื่อให้รถคันใหม่ของคุณทำเงินได้ตั้งแต่วันแรกที่สตาร์ทเครื่อง

ทำความรู้จักรถบรรทุกแต่ละประเภท: พื้นฐานที่ต้องรู้ก่อนควักกระเป๋า

ก่อนจะไปถึงเรื่องราคา เราต้องเข้าใจ "DNA" ของรถแต่ละประเภทก่อน เพื่อให้เลือกได้ตรงกับหน้างานจริงของคุณ

รถ 6 ล้อมือสอง คืออะไร? เหมาะกับงานแบบไหน?

รถ 6 ล้อมือสอง ถือเป็น "ราชารถบรรทุกอเนกประสงค์" ของเมืองไทย ด้วยความคล่องตัวที่สูงกว่า และกฎหมายที่เอื้อให้วิ่งในบางพื้นที่ได้ง่ายกว่ารถใหญ่

  • ลักษณะทางกายภาพ: มี 2 เพลา 4 ล้อหลัง (ยางคู่) รวมเป็น 6 ล้อ ขนาดตัวรถมีตั้งแต่ 6 ล้อเล็ก (4 ล้อใหญ่เดิม), 6 ล้อกลาง (ช่วงยาว 4-5 เมตร) ไปจนถึง 6 ล้อใหญ่ (Jumbo ช่วงยาว 6-7 เมตร)

  • น้ำหนักบรรทุก: ตามกฎหมาย น้ำหนักรวมบรรทุก (GVW) จะอยู่ที่ 15 ตัน แต่ในทางปฏิบัติสำหรับงานทั่วไป จะบรรทุกสินค้าจริงได้ประมาณ 5 - 8 ตัน (ขึ้นอยู่กับขนาดแชสซีส์และประเภทกระบะ)

  • เหมาะกับใคร:

    • งานขนส่งในเมือง: การจราจรที่ติดขัดและซอยแคบๆ ในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล ต้องการวงเลี้ยวที่แคบ ซึ่ง รถ 6 ล้อ มือ สอง ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

    • งานกระจายสินค้า (Distribution): สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ต้องส่งตามร้านค้าปลีก

    • วัสดุก่อสร้าง: อิฐ หิน ปูน ทราย สำหรับไซส์งานก่อสร้างขนาดกลางและเล็ก หรือหมู่บ้านจัดสรรที่รถพ่วงเข้าไม่ได้

รถ 10 ล้อมือสอง คืออะไร? ข้อดีที่เหนือกว่า

รถ 10 ล้อมือสอง คือ "พี่ใหญ่สายแบก" เน้นปริมาณการขนส่งต่อเที่ยวที่คุ้มค่าสูงสุด เหมาะกับงานที่เน้น Volume และระยะทาง

  • ลักษณะทางกายภาพ: มี 3 เพลา (1 เพลาหน้า, 2 เพลาหลัง) โดยแบ่งเป็น 10 ล้อเพลาเดียว (ขับเคลื่อน 1 เพลาหลัง) และ 10 ล้อสองเพลา (ขับเคลื่อนทั้ง 2 เพลาหลัง) ซึ่งแบบสองเพลาจะนิยมมากในงานสมบุกสมบัน

  • น้ำหนักบรรทุก: ตามกฎหมาย น้ำหนักรวมบรรทุก (GVW) อยู่ที่ 25 ตัน ทำให้สามารถบรรทุกสินค้าจริงได้ถึง 13 - 16 ตัน (และอาจมากกว่านั้นในพื้นที่ปิด)

  • เหมาะกับใคร:

    • งานขนส่งระยะไกล (Long Haul): วิ่งข้ามจังหวัด ขนส่งพืชผลทางการเกษตร ขนส่งสินค้าโรงงาน

    • งานหนัก/งานดิน: รถ 10 ล้อ มือ สอง แบบดั๊มพ์ เป็นหัวใจหลักของบ่อดินและเหมืองแร่

    • ธุรกิจที่เน้น Economy of Scale: ยิ่งขนได้เยอะต่อเที่ยว ต้นทุนต่อหน่วยยิ่งถูกลง

เปรียบเทียบ Spec และราคา: รถ 6 ล้อ vs รถ 10 ล้อ (อัปเดต 2026)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ASK Kairod ได้สรุปตารางเปรียบเทียบปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ ดังนี้:

น้ำหนักบรรทุกและขนาดกระบะ

หัวข้อเปรียบเทียบ

รถ 6 ล้อมือสอง (กลาง/ใหญ่)

รถ 10 ล้อมือสอง (เพลาเดียว/สองเพลา)

น้ำหนักรถเปล่า (โดยประมาณ)

4 - 5 ตัน

9 - 10 ตัน

น้ำหนักรวมตามกฎหมาย (GVW)

15 ตัน

25 ตัน

น้ำหนักสินค้าที่บรรทุกได้จริง

5 - 9 ตัน

14 - 16 ตัน

ความยาวกระบะมาตรฐาน

5.5 - 7.6 เมตร

6.2 - 7.6 เมตร (ดั๊มพ์จะสั้นกว่า)

แรงม้า (HP)

150 - 240 แรงม้า

240 - 380 แรงม้า

ความคล่องตัว

สูง (เข้าซอย/เขตชุมชนได้)

ต่ำ (ต้องใช้ถนนใหญ่/ทางหลวง)

ราคารถมือสองในตลาดปี 2026

ราคาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ ในปี 2026 ตลาดรถบรรทุกมือสองมีการปรับตัวตาม Supply และ Demand โดยราคาเฉลี่ยที่ ASK Kairod รวบรวมมามีดังนี้:

รถ 6 ล้อมือสอง:

  • สภาพใช้งานได้ (ปีเก่า): เริ่มต้น 350,000 - 550,000 บาท

  • สภาพนางฟ้า (ปีใหม่ 2018+): ราคาประมาณ 600,000 - 950,000 บาท

  • รุ่นยอดนิยม: ISUZU NPR 150, ISUZU FRR 210, HINO 300/500 Series

รถ 10 ล้อมือสอง:

  • สภาพใช้งานได้ (ปีเก่า): เริ่มต้น 700,000 - 900,000 บาท

  • สภาพนางฟ้า (ปีใหม่ 2018+): ราคาประมาณ 1,200,000 - 1,800,000+ บาท

  • รุ่นยอดนิยม: ISUZU DECA 360, HINO VICTOR 500

ข้อสังเกต: จะเห็นว่าราคาของ รถ 10 ล้อ มือ สอง อาจสูงกว่าเกือบเท่าตัว แต่แลกมาด้วยความสามารถในการบรรทุกที่มากกว่าเท่าตัวเช่นกัน

ค่าบำรุงรักษาและอะไหล่

  • ค่ายาง: นี่คือต้นทุนแฝงก้อนโต รถ 6 ล้อใช้ยาง 6 เส้น vs รถ 10 ล้อใช้ยาง 10 เส้น เวลาเปลี่ยนยางยกชุด รถ 10 ล้อจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าประมาณ 60-70%

  • อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน: รถ 6 ล้อ (เครื่องเล็กกว่า) ประหยัดกว่าในการวิ่งรถเปล่าหรือบรรทุกเบา แต่ถ้าต้องบรรทุกหนักเกินกำลัง (Overload) รถ 10 ล้ออาจจะคุ้มค่าน้ำมันกว่าในระยะยาว เพราะเครื่องยนต์ไม่ต้องเค้นกำลังมาก

  • ค่าทางด่วน/ค่าผ่านทาง: รถ 6 ล้อ มักจะเสียค่าผ่านทางถูกกว่ารถ 10 ล้อ ในหลายๆ เส้นทาง

ใครควรเลือกรถ 6 ล้อ? ใครควรเลือกรถ 10 ล้อ?

ถ้าคุณยังลังเล ลองดู Checklists นี้ว่าคุณจัดอยู่ในกลุ่มไหน:

1. เจ้าของธุรกิจรับเหมา/ก่อสร้าง

  • เลือก รถ 6 ล้อมือสอง (ดั๊มพ์): หากงานส่วนใหญ่ของคุณคือการถมที่ในหมู่บ้านจัดสรร ซ่อมแซมถนนในซอย หรือรับเหมาต่อเติมบ้าน เพราะรถใหญ่เข้าไม่ได้

  • เลือก รถ 10 ล้อมือสอง (ดั๊มพ์): หากคุณประมูลงานสร้างถนนหลวง งานขุดบ่อดิน หรืองาน Project ใหญ่ที่ต้องขนดินปริมาณมหาศาลแข่งกับเวลา

2. ธุรกิจขนส่งสินค้า (Logistics)

  • เลือก รถ 6 ล้อ มือ สอง (ตู้ทึบ/คอก): หากคุณรับงานขนส่งพัสดุ ขนย้ายบ้าน หรือส่งสินค้าเข้าห้างสรรพสินค้าที่มีข้อจำกัดเรื่องความสูงและวงเลี้ยว

  • เลือก รถ 10 ล้อ มือ สอง (ตู้/พื้นเรียบ): หากคุณวิ่งงาน "Hub-to-Hub" (จากศูนย์กระจายสินค้าหนึ่ง ไปอีกศูนย์หนึ่ง) หรือขนส่งวัสดุก่อสร้างหนักๆ เช่น เหล็กเส้น ปูนถุง ข้ามจังหวัด

3. ผู้ประกอบการรายใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น

หากงบประมาณจำกัดและยังไม่มีฐานลูกค้าที่แน่นอน ASK Kairod แนะนำให้เริ่มต้นที่ "รถ 6 ล้อมือสอง" เพราะ:

  1. เงินดาวน์และค่างวดต่ำกว่า ความเสี่ยงทางการเงินน้อยกว่า

  2. หางานง่ายกว่า หลากหลายกว่า (ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน)

  3. ขายต่อ (Resell) ได้ง่ายและเร็วกว่า หากต้องการขยับขยายในอนาคต


7 จุดตรวจสอบก่อนซื้อรถบรรทุกมือสอง: เช็คให้ชัวร์ก่อนจ่ายเงิน

ไม่ว่าคุณจะเลือก 6 ล้อ หรือ 10 ล้อ การดูรถมือสองให้ขาดคือทักษะที่ต้องมี นี่คือ 7 จุดตายที่ทีมช่างของ ASK Kairod ตรวจสอบเสมอ และคุณก็นำไปใช้ได้:

  1. เช็คเครื่องยนต์และระบบเกียร์: สตาร์ทเครื่องฟังเสียงเดินเบาต้องนิ่ง เปิดฝาเติมน้ำมันเครื่องดูว่ามีไอพุ่งไหม (Blow-by) ถ้ามีไอขาวพุ่งแสดงว่าเครื่องหลวม เข้าเกียร์ต้องไม่กระตุก ไม่หอน

  2. ตรวจสภาพคัสซี (Chassis): หัวใจสำคัญที่สุด! ต้อง "ไม่ดาม ไม่บวม ไม่ร้าว" ส่องดูสนิมกินลึก (Corrosion) หรือไม่ ถ้าแค่สนิมผิวๆ ขัดได้ แต่ถ้ากินเนื้อเหล็ก ให้ถอยห่างทันที

  3. ดูสภาพช่วงล่างและเพลา: สำหรับ รถ 10 ล้อ มือ สอง ต้องดูแหนบ สาแหรก และตุ๊กตาเพลา ว่ามีการสึกหรอผิดปกติหรือไม่ มีรอยน้ำมันรั่วซึมที่เฟืองท้ายหรือไม่

  4. ดูสภาพกระบะ/ตัวถัง: พื้นกระบะเหล็กต้องไม่ผุจนทะลุ คานใต้กระบะต้องตรง ไม่แอ่นกลาง

  5. เช็คระบบไฟฟ้าและแอร์: แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่การซ่อมระบบไฟรวนๆ ทั้งคันใช้งบเยอะ ลองเปิดไฟทุกดวง แอร์ต้องเย็นฉ่ำ

  6. ตรวจเอกสารให้ครบ: เล่มทะเบียน (Blue Book) ต้องมี เลขคัสซีและเลขเครื่องยนต์ต้อง "ตรงเป๊ะ" กับในเล่ม ภาษีต้องไม่ขาด

  7. Red Flags ที่ต้องระวัง: ระวังรถที่ "ทำสีใหม่ทั้งคัน" แบบหนาเตอะ อาจเป็นการปกปิดรอยอุบัติเหตุหนัก หรือสนิมที่กินลึก ดูรอยเม็ดอาร์คตามประตูและหัวเก๋งว่ายังอยู่ครบหรือไม่

ทำไมซื้อรถบรรทุกมือสองกับ ASK Kairod ถึงคุ้มกว่าซื้อเต็นท์ทั่วไป?

การซื้อรถบรรทุกมือสองมีความเสี่ยง แต่ที่ ASK Kairod เราเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นความมั่นใจ ด้วยมาตรฐานระดับมืออาชีพที่ผู้ประกอบการไว้วางใจมาอย่างยาวนาน

  • สต็อกรถคุณภาพ คัดสภาพเกรด A: เราไม่ได้จับรถอะไรมาขายก็ได้ แต่เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญคัดรถเข้า ไม่ชนหนัก ไม่พลิกคว่ำ ไม่ย้อมแมว มีทั้ง รถ 6 ล้อมือสอง และ รถ 10 ล้อมือสอง ให้เลือกหลากหลายรุ่น

  • การตรวจสภาพ 200 จุด: ก่อนส่งมอบ รถทุกคันผ่านการตรวจเช็คและปรับสภาพให้พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องเอาไปซ่อมต่อให้ปวดหัว

  • รับประกันเครื่องยนต์และเกียร์: เรากล้ารับประกันเพราะเรามั่นใจในคุณภาพรถของเรา ให้คุณขับทำเงินได้อย่างสบายใจ

  • บริการไฟแนนซ์ครบวงจร: เข้าใจหัวอกคนทำธุรกิจ เรามีพันธมิตรไฟแนนซ์ชั้นนำ ดันทุกเคส ฟรีดาวน์ ผ่อนสบาย ดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้า ASK Kairod เท่านั้น

  • บริการหลังการขาย: เราไม่ทิ้งลูกค้า มีทีมงานคอยให้คำปรึกษาเรื่องอะไหล่และการซ่อมบำรุงตลอดอายุการใช้งาน


สรุป: เลือกคันที่ใช่ เพื่อกำไรที่ยั่งยืน

บทสรุปของการเลือกระหว่าง รถ 6 ล้อมือสอง และ รถ 10 ล้อมือสอง ไม่ได้อยู่ที่ว่าคันไหน "ดีกว่า" แต่อยู่ที่ว่าคันไหน "เหมาะกว่า" กับงานของคุณ

  • เลือก 6 ล้อ ถ้าต้องการความคล่องตัว วิ่งงานในเมือง หรืองบประมาณเริ่มต้นไม่สูง

  • เลือก 10 ล้อ ถ้าเน้นงานหนัก วิ่งทางไกล และต้องการลดต้นทุนการขนส่งต่อหน่วย

ปี 2026 นี้ อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป หากคุณพร้อมที่จะขยายธุรกิจด้วยรถบรรทุกคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า ASK Kairod พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์เคียงข้างความสำเร็จของคุณ

กำลังมองหารถบรรทุกมือสองอยู่ใช่ไหม?

อย่าเพิ่งตัดสินใจถ้ายังไม่ได้ดูรถที่ ASK Kairod! เรามีสต็อกรถอัปเดตใหม่ทุกวัน

📞 โทรปรึกษาฝ่ายขาย: 098-253-5968

💬 Line: @425htuym

ASK Kairod - ตัวจริงเรื่องรถบรรทุกมือสอง ที่คุณวางใจได้

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page