top of page
ค้นหา

ใบขับขี่ ท.2 คืออะไร ขับรถอะไรได้บ้าง ต่างจาก บ.2 อย่างไร คู่มือใบขับขี่รถบรรทุก 2569

รูปภาพนักเขียน: Ronnarit Promsuwan
Ronnarit Promsuwan
9 ต.ค.
ยาว 2 นาที

หลายคนซื้อรถบรรทุกมาเพื่อเริ่มธุรกิจขนส่ง หรือได้งานขับรถ 6 ล้อ 10 ล้อ แล้วเพิ่งมารู้ว่าใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอยู่ใช้ขับรถเหล่านี้ไม่ได้ การขับรถผิดชนิดใบขับขี่มีความผิดตามกฎหมาย และอาจทำให้มีปัญหากับประกันภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ คำว่า ใบขับขี่ ท.2 จึงเป็นสิ่งที่ทั้งคนขับและเจ้าของรถบรรทุกต้องเข้าใจให้ถูกต้อง

บทความนี้สรุปใบขับขี่รถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทั้ง 4 ชนิด ความต่างระหว่างแบบ บ. และ ท. รถแต่ละขนาดต้องใช้ใบแบบไหน และสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปขอที่สำนักงานขนส่ง

1. ใบขับขี่รถบรรทุกแบ่งเป็น 4 ชนิด

ใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก แบ่งตามขนาดและประเภทของรถที่ขับเป็น 4 ชนิด

  • ชนิดที่ 1: ใช้กับรถที่มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม เช่น รถกระบะ รถตู้ และรถบรรทุก 4 ล้อขนาดเล็ก ที่ใช้ในการขนส่ง

  • ชนิดที่ 2: ใช้กับรถที่มีน้ำหนักรวมเกิน 3,500 กิโลกรัม หรือรถโดยสารที่บรรทุกผู้โดยสารเกิน 20 คน เช่น รถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ 12 ล้อที่ไม่มีพ่วง รถบัส และรถโดยสารประจำทาง ใบชนิดนี้ใช้ขับรถในชนิดที่ 1 ได้ด้วย

  • ชนิดที่ 3: ใช้กับรถลากจูง รถพ่วง และรถกึ่งพ่วง หรือที่เรียกกันว่ารถหัวลาก ใช้ขับรถในชนิดที่ 1 และ 2 ได้

  • ชนิดที่ 4: ใช้กับรถขนส่งวัตถุอันตราย เช่น น้ำมัน ก๊าซ และสารเคมี ต้องผ่านการอบรมเฉพาะทางเพิ่มเติม

หลักจำง่าย ๆ คือใบชนิดที่สูงกว่าใช้ขับรถชนิดที่ต่ำกว่าได้ แต่ใบชนิดที่ต่ำกว่าใช้ขับรถชนิดที่สูงกว่าไม่ได้ เช่น ผู้ถือใบ ท.2 ขับรถหัวลากที่ลากหางไม่ได้

ผู้ขอใบขับขี่รถบรรทุกเข้าอบรมที่สำนักงานขนส่ง

2. แบบ บ. กับแบบ ท. ต่างกันอย่างไร

ใบขับขี่แต่ละชนิดแบ่งย่อยเป็นสองแบบตามลักษณะการใช้รถ

  • แบบ บ. (บ.1 ถึง บ.4): ใช้กับรถขนส่งส่วนบุคคล คือรถที่ใช้ขนสินค้าหรือวัสดุของกิจการตัวเอง ไม่ได้รับจ้างขนให้ผู้อื่น

  • แบบ ท. (ท.1 ถึง ท.4): ใช้กับรถขนส่งเพื่อการค้าหรือรถสาธารณะ คือรถรับจ้างขนส่งหรือรถโดยสาร ผู้ขอต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรมเพิ่มเติม

ตัวอย่างเช่น เจ้าของโรงงานที่ใช้รถ 6 ล้อขนสินค้าของตัวเองใช้ใบ บ.2 ได้ แต่คนขับที่รับจ้างขนสินค้าให้ลูกค้าหลายรายต้องใช้ใบ ท.2 ถ้าไม่แน่ใจว่างานของคุณเข้าข่ายแบบไหน ให้สอบถามสำนักงานขนส่งในพื้นที่ก่อนยื่นขอ

3. รถแต่ละขนาดต้องใช้ใบขับขี่อะไร

สำหรับผู้ที่กำลังซื้อหรือขับรถบรรทุก สรุปแบบจับคู่ได้ดังนี้

  • รถบรรทุก 4 ล้อขนาดเล็กและรถกระบะเพื่อการขนส่ง: ชนิดที่ 1 ขึ้นไป

  • รถ 4 ล้อใหญ่ที่น้ำหนักรวมเกิน 3,500 กิโลกรัม: ชนิดที่ 2 ขึ้นไป ตรวจน้ำหนักรวมจากเล่มทะเบียนให้ชัด ดูข้อมูลรถกลุ่มนี้ได้ที่ รถ 4 ล้อใหญ่

  • รถ 6 ล้อ และ 10 ล้อ ทุกแบบตัวถัง: ชนิดที่ 2 ขึ้นไป รวมถึงรถดั๊มพ์และรถตู้ทึบ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ รถ 6 ล้อ มือสอง รถ 10 ล้อ มือสอง และ รถดั๊มมือสอง

  • รถ 12 ล้อที่ไม่มีพ่วง: ชนิดที่ 2 ขึ้นไป ดูรายละเอียดรถกลุ่มนี้ได้ที่ รถ 12 ล้อ มือสอง

  • รถหัวลาก รถพ่วง และรถกึ่งพ่วง: ชนิดที่ 3 ขึ้นไป ดูคู่มือ รถหัวลากมือสอง

  • รถบรรทุกน้ำมัน ก๊าซ หรือสารเคมี: ชนิดที่ 4

4. คุณสมบัติของผู้ขอใบขับขี่ ท.2

คุณสมบัติหลักที่ใช้กันทั่วไปสำหรับใบขับขี่แบบ ท. มีดังนี้

  • อายุ: แบบ ท. โดยทั่วไปกำหนดอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์ ส่วนชนิดที่ 4 กำหนดอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี

  • ประสบการณ์: ต้องมีใบขับขี่รถยนต์มาก่อนตามระยะเวลาที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

  • สุขภาพ: มีใบรับรองแพทย์ที่ออกไม่เกิน 1 เดือน ไม่มีโรคที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ และไม่ติดสุราหรือยาเสพติด

  • ประวัติ: แบบ ท. ต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรม

เกณฑ์อายุ ระยะเวลาการถือใบขับขี่เดิม และรายละเอียดอื่นอาจต่างกันตามชนิดและอาจปรับตามประกาศใหม่ ควรตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบกก่อนยื่นขอทุกครั้ง

5. ขั้นตอนการขอใบขับขี่ ท.2

ขั้นตอนโดยรวมคล้ายกับการทำใบขับขี่ทั่วไป แต่มีรายละเอียดเพิ่มสำหรับรถใหญ่และรถรับจ้าง

1. นัดหมายล่วงหน้า ผ่านแอป DLT Smart Queue หรือติดต่อสำนักงานขนส่งในพื้นที่

2. เตรียมเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริง ใบขับขี่ฉบับเดิม และใบรับรองแพทย์ ตามที่สำนักงานขนส่งแจ้ง

3. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย เช่น การตอบสนองของเท้า สายตา และการมองเห็นสี

4. เข้ารับการอบรม ตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

5. สอบข้อเขียน เรื่องกฎหมาย ป้ายจราจร และความปลอดภัยในการขับรถใหญ่

6. สอบขับรถจริง ด้วยรถที่ตรงกับชนิดใบขับขี่ที่ขอ

7. รอผลตรวจประวัติ สำหรับแบบ ท. ก่อนรับใบอนุญาต

ใบขับขี่ชนิดที่ 2 โดยทั่วไปมีอายุ 3 ปี และต้องต่ออายุก่อนหมด ค่าธรรมเนียมและจำนวนชั่วโมงอบรมให้ตรวจจากประกาศล่าสุดของกรมการขนส่งทางบก

6. ทำไมเจ้าของรถต้องสนใจใบขับขี่ของคนขับ

เมื่อซื้อรถบรรทุกเพื่อทำธุรกิจ ใบขับขี่ของคนขับไม่ใช่เรื่องของคนขับคนเดียว เจ้าของรถที่ยอมให้ผู้ไม่มีใบขับขี่ที่ถูกชนิดขับรถก็มีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน และเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันอาจปฏิเสธความคุ้มครองบางส่วน ดูเรื่องประกันเพิ่มเติมได้ที่ ค่าใช้จ่ายกรมธรรม์รถบรรทุก

แนวทางที่ดีคือวางแผนคนขับไปพร้อมกับการเลือกรถ ถ้าคนขับมีใบ ท.2 อยู่แล้ว ให้เลือกรถ 6 ล้อ 10 ล้อ หรือ 12 ล้อแบบไม่มีพ่วง ถ้าจะซื้อหัวลาก ต้องให้คนขับเลื่อนเป็นชนิดที่ 3 ก่อนรับงาน และอย่าลืมตรวจน้ำหนักบรรทุกตาม กฎหมายน้ำหนักบรรทุก 2569

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ใบขับขี่ ท.2 ขับรถ 10 ล้อได้ไหม?

A: ได้ รถ 10 ล้อแบบไม่มีพ่วงมีน้ำหนักรวมเกิน 3,500 กิโลกรัม อยู่ในขอบเขตของใบขับขี่ชนิดที่ 2 ถ้าใช้รับจ้างต้องเป็นแบบ ท.2 ถ้าใช้ขนของกิจการตัวเองใช้แบบ บ.2 ได้

Q: ใบขับขี่ ท.2 ขับรถหัวลากได้ไหม?

A: ไม่ได้ รถหัวลากที่ลากหางพ่วงหรือหางกึ่งพ่วงต้องใช้ใบขับขี่ชนิดที่ 3 ขึ้นไป

Q: ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลธรรมดาขับรถ 6 ล้อได้ไหม?

A: ไม่ได้ รถบรรทุก 6 ล้อมีน้ำหนักรวมเกิน 3,500 กิโลกรัม ต้องใช้ใบขับขี่ชนิดที่ 2 ขึ้นไปตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

Q: ถือใบขับขี่ ท.2 อยู่แล้ว ถ้าอยากขับรถหัวลากต้องทำอย่างไร?

A: ต้องยื่นขอใบขับขี่ชนิดที่ 3 ที่สำนักงานขนส่ง ซึ่งต้องผ่านการอบรมและสอบขับรถลากจูงพร้อมหางจริง ควรตรวจคุณสมบัติ เอกสาร และนัดหมายกับกรมการขนส่งทางบกก่อนยื่น และเตรียมคนขับให้พร้อมก่อนรับรถหัวลากเข้ากองรถ

Q: ใบขับขี่ ท.2 กับ บ.2 ต่างกันอย่างไร?

A: ขับรถขนาดเดียวกันได้ แต่ ท.2 ใช้กับรถรับจ้างหรือรถสาธารณะ และต้องตรวจประวัติอาชญากรรม ส่วน บ.2 ใช้กับรถขนส่งส่วนบุคคลที่ขนของกิจการตัวเอง

สรุป

ใบขับขี่ ท.2 คือใบขับขี่สำหรับรถรับจ้างที่มีน้ำหนักรวมเกิน 3,500 กิโลกรัม ครอบคลุมรถ 6 ล้อ 10 ล้อ 12 ล้อแบบไม่มีพ่วง และรถบัส ถ้าจะขับหัวลากต้องใช้ชนิดที่ 3 และถ้าขนวัตถุอันตรายต้องใช้ชนิดที่ 4 การเลือกรถให้ตรงกับใบขับขี่ของคนขับตั้งแต่แรกช่วยให้เริ่มรับงานได้ทันทีโดยไม่มีความเสี่ยงทางกฎหมาย หากกำลังมองหารถคันแรก เริ่มจากคู่มือ รถบรรทุกมือสอง ฉบับรวมได้

เลือกรถบรรทุกที่ตรงกับใบขับขี่ของคนขับได้ที่ หมวดรถบรรทุก ASK Kairod หรือทักไลน์ @askkairod เพื่อให้ทีมงานช่วยแนะนำรถและประเมินวงเงินสินเชื่อให้ฟรี

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page