top of page
ค้นหา

ประมูลรถบรรทุก มือใหม่ต้องรู้อะไร ขั้นตอน ค่าใช้จ่ายแฝง และวิธีเลือกรถให้คุ้ม 2569

รูปภาพนักเขียน: Ronnarit Promsuwan
Ronnarit Promsuwan
9 ต.ค.
ยาว 2 นาที

ผู้ประกอบการหลายคนที่ซื้อรถบรรทุกหลายคันต่อปี รู้ดีว่าการ ประมูลรถบรรทุก เป็นช่องทางที่ได้รถในราคาต่ำกว่าการซื้อผ่านเต็นท์ทั่วไป เพราะรถส่วนใหญ่มาจากบริษัทลิสซิ่ง สถาบันการเงิน และบริษัทที่ปรับลดกองรถ ซึ่งต้องการขายให้เร็ว

แต่การประมูลก็มีกติกาที่ต่างจากการซื้อรถทั่วไปมาก รถถูกขายตามสภาพ ราคาที่เห็นยังไม่ใช่ราคาสุดท้าย และเมื่อชนะประมูลแล้วต้องชำระเงินภายในเวลาที่กำหนด มือใหม่ที่ไม่เตรียมตัวจึงอาจได้รถที่ต้องซ่อมหนัก หรือจ่ายแพงกว่าที่คิด บทความนี้สรุปทุกสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเข้าประมูลครั้งแรก

1. รถประมูลมาจากไหน และทำไมราคาถึงต่ำกว่าตลาด

รถในลานประมูลส่วนใหญ่เป็นรถที่บริษัทลิสซิ่งหรือสถาบันการเงินยึดคืนจากสัญญาเช่าซื้อ รถจากบริษัทที่เปลี่ยนกองรถใหม่ และรถของหน่วยงานที่ปลดระวาง เจ้าของรถเหล่านี้ต้องการเปลี่ยนรถเป็นเงินสดอย่างรวดเร็ว จึงตั้งราคาเริ่มต้นต่ำกว่าตลาดเพื่อให้มีผู้แข่งขันเสนอราคา

ราคาที่ต่ำมาพร้อมเงื่อนไขสำคัญคือ ขายตามสภาพ ไม่มีการรับประกัน ไม่รับเปลี่ยนคืน และบางคันอาจมีข้อสังเกตเรื่องเอกสาร เช่น เลขตัวถังไม่ตรงกับเล่มทะเบียน ซึ่งผู้ซื้อต้องอ่านเงื่อนไขของแต่ละคันให้ละเอียด

ผู้ซื้อกับช่างตรวจห้องเครื่องรถบรรทุกก่อนประมูล

2. รถประมูลบน ASK Kairod มีอะไรบ้าง

ASK Kairod รวบรวมรถจากลานประมูลพันธมิตรไว้ให้ค้นหาในที่เดียว ณ ต้นเดือนตุลาคม 2569 รถที่ประกาศบนเว็บ 465 จาก 580 คัน เป็นรถจากการประมูล

  • สยามอินเตอร์การประมูล: 394 คัน กระจายตามลานประมูลหลายจังหวัด เช่น ชลบุรี กรุงเทพ อุดรธานี นครราชสีมา สระบุรี พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก ระยอง เชียงใหม่ และหาดใหญ่ ดูรถทั้งหมดได้ที่ Siam Inter Auction

  • สหเครน อ๊อกชั่น: 71 คัน ที่ลานชลบุรี อยุธยา ระยอง ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี และราชบุรี ดูได้ที่ Saha Crane

  • Apple Auto Auction: อีกหนึ่งพันธมิตรที่มีรอบประมูลรถเพื่อการพาณิชย์ ดูรอบล่าสุดได้ที่ Apple Auto Auction

แยกตามประเภท รถประมูลส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุก มีทั้งรถ 10 ล้อ 130 คัน ราคาประมูลเริ่มต้นกลางราว 1.41 ล้านบาท รถ 6 ล้อ 114 คัน ราคากลางราว 9.4 แสนบาท หัวลาก 69 คัน ราคากลางราว 1.04 ล้านบาท และหางพ่วงกับหางกึ่งพ่วงอีกกว่า 120 คัน ภาพรวมราคาประมูลเริ่มต้นกลางของทุกคันอยู่ราว 8.5 แสนบาท และกว่าครึ่งเป็นรถปี 2020 ถึง 2024

3. ขั้นตอนประมูลรถบรรทุกตั้งแต่ต้นจนรับรถ

แต่ละลานประมูลมีรายละเอียดต่างกันเล็กน้อย แต่ขั้นตอนหลักคล้ายกันดังนี้

1. เลือกรถและดูตารางประมูล ค้นหารถที่สนใจ จดเลขรถและวันประมูลของลานนั้น

2. ลงทะเบียนผู้ประมูล ใช้บัตรประชาชน ถ้าประมูลในนามนิติบุคคลให้เตรียมหนังสือรับรองบริษัท และถ้าส่งคนไปประมูลแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจ

3. วางเงินมัดจำป้ายประมูล ผู้ประมูลต้องวางเงินมัดจำเพื่อรับป้ายหรือสิทธิ์เสนอราคา จำนวนเงินขึ้นอยู่กับลานและประเภทรถ และโดยทั่วไปได้คืนเมื่อประมูลไม่ได้ ตรวจเงื่อนไขของรอบนั้นก่อนทุกครั้ง

4. ไปดูรถจริงก่อนวันประมูล ลานประมูลเปิดให้ดูรถล่วงหน้า นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด

5. เสนอราคา ประมูลได้ทั้งการยกป้ายที่ลานและผ่านระบบออนไลน์ ตั้งเพดานราคาของตัวเองไว้ก่อนและอย่าเกินเพดานนั้น

6. ชำระเงินส่วนที่เหลือ เมื่อชนะประมูล ต้องชำระภายในระยะเวลาที่ลานกำหนด ซึ่งมักสั้น

7. รับรถและโอนกรรมสิทธิ์ ตรวจเอกสารให้ครบแล้วดำเนินการโอนที่สำนักงานขนส่ง ดูรายละเอียดค่าโอนได้ที่ ค่าธรรมเนียมโอนรถบรรทุก

4. ค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องเผื่อนอกจากราคาประมูล

ประกาศรถประมูลบน ASK Kairod ระบุชัดว่า ราคาประมูลเริ่มต้นเป็นราคาที่ ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าดำเนินการขาย ค่ามัดจำเล่ม และค่าใช้จ่ายอื่น ก่อนเสนอราคาจึงต้องคำนวณต้นทุนรวมดังนี้

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม คิดจากราคาที่ชนะประมูล

  • ค่าดำเนินการขายหรือค่าธรรมเนียมผู้ซื้อ ตามอัตราของแต่ละลาน

  • ค่ามัดจำเล่มทะเบียน ซึ่งได้คืนตามเงื่อนไขเมื่อดำเนินการโอนเสร็จ

  • ค่าโอนและภาษีรถประจำปี ที่สำนักงานขนส่ง

  • ค่าขนย้ายรถ จากลานประมูลกลับมายังที่ตั้งกิจการ

  • ค่าซ่อมและบำรุงรักษาหลังรับรถ เช่น เปลี่ยนน้ำมันทุกระบบ ยาง แบตเตอรี่ และอะไหล่สิ้นเปลือง

วิธีที่ปลอดภัยคือตั้งเพดานราคาประมูลจากงบรวมทั้งหมด แล้วหักค่าใช้จ่ายข้างต้นออก ไม่ใช่ตั้งจากราคาตลาดของรถคันนั้นโดยตรง

5. วิธีตรวจรถประมูลให้รอบคอบในเวลาจำกัด

วันดูรถมักมีเวลาจำกัดและสตาร์ทรถไม่ได้ทุกคัน จึงต้องมีแผนตรวจที่ชัดเจน

  • พาช่างที่รู้จักรถบรรทุกไปด้วย ช่างที่มีประสบการณ์จะเห็นปัญหาที่คนทั่วไปมองข้าม

  • ตรวจภายนอกและโครงรถ หารอยร้าวของแชสซี รอยเชื่อม สนิม และร่องรอยอุบัติเหตุ

  • ตรวจห้องเครื่อง รอยน้ำมันรั่ว สภาพสายพาน ท่อยาง และหม้อน้ำ

  • ตรวจยางและช่วงล่าง ดอกยางทุกเส้น แหนบ และเพลา

  • ตรวจเอกสาร เทียบเลขตัวถังและเลขเครื่องกับเล่มทะเบียน และอ่านหมายเหตุของรถแต่ละคันให้ครบ

รายการตรวจละเอียดรวมไว้ใน เช็คลิสต์ซื้อรถบรรทุกมือสอง 5 จุดตาย ถ้าสนใจรถเฉพาะประเภท ดูจุดตรวจเพิ่มเติมได้ที่ รถดั๊มมือสอง และ รถหัวลากมือสอง

6. ใช้สินเชื่อซื้อรถจากการประมูลได้ไหม

ได้ แต่ต้องวางแผนก่อน เพราะเมื่อชนะประมูลแล้วมีเวลาชำระเงินไม่นาน ถ้ายังไม่ได้คุยเรื่องวงเงินกับผู้ให้สินเชื่อ อาจชำระไม่ทันและเสียเงินมัดจำ แนวทางที่แนะนำคือขอประเมินวงเงินล่วงหน้า แล้วนำวงเงินนั้นมาตั้งเป็นเพดานราคาประมูล

เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง (ASK) ทำงานร่วมกับลานประมูลพันธมิตรโดยตรง และเชี่ยวชาญสินเชื่อรถบรรทุกมือสอง อ่านขั้นตอนได้ที่ จัดไฟแนนซ์รถบรรทุกมือสอง 2026 และถ้ายังลังเลว่าควรใช้เงินสดหรือสินเชื่อ อ่าน ซื้อรถบรรทุกมือสอง เงินสดหรือจัดไฟแนนซ์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ประมูลรถบรรทุกถูกกว่าซื้อจากเต็นท์จริงไหม?

A: ราคาเริ่มต้นมักต่ำกว่า แต่เมื่อรวมภาษี ค่าดำเนินการ ค่าขนย้าย และค่าซ่อมหลังรับรถแล้ว ส่วนต่างอาจแคบลง การประมูลจะคุ้มที่สุดเมื่อคุณตรวจรถเป็นและตั้งเพดานราคาจากต้นทุนรวม

Q: ประมูลออนไลน์โดยไม่ไปดูรถได้ไหม?

A: ทำได้ในทางเทคนิค แต่ไม่แนะนำสำหรับรถบรรทุก เพราะรถขายตามสภาพและไม่รับคืน ควรไปดูรถเองหรือส่งช่างที่ไว้ใจไปดูแทนทุกครั้ง

Q: ถ้าประมูลไม่ได้ เงินมัดจำได้คืนไหม?

A: โดยทั่วไปได้คืน แต่เงื่อนไขขึ้นอยู่กับแต่ละลานและแต่ละรอบ ต้องอ่านเงื่อนไขก่อนวางเงินทุกครั้ง และถ้าชนะประมูลแต่ไม่ชำระตามกำหนด มักถูกริบเงินมัดจำ

Q: ต้องมีใบขับขี่อะไรเพื่อขับรถที่ประมูลได้กลับ?

A: ขึ้นอยู่กับขนาดรถ รถ 6 ล้อและ 10 ล้อต้องใช้ใบขับขี่ชนิดที่ 2 ส่วนหัวลากต้องใช้ชนิดที่ 3 ดูรายละเอียดได้ที่ ใบขับขี่ ท.2

สรุป

การ ประมูลรถบรรทุก เป็นช่องทางที่ได้รถคุ้มราคาสำหรับผู้ที่เตรียมตัวดี ตั้งแต่การเลือกรถ ดูรถจริงก่อนวันประมูล คำนวณค่าใช้จ่ายแฝงทั้งหมด ไปจนถึงเตรียมวงเงินสินเชื่อให้พร้อมก่อนยกป้าย ถ้าทำครบทุกขั้นตอน คุณจะได้รถที่พร้อมทำงานในราคาที่ต่ำกว่าตลาดจริง ส่วนผู้ที่ต้องการภาพรวมการเลือกซื้อ ดูคู่มือ รถบรรทุกมือสอง ฉบับรวมได้

ดูรถประมูลจากลานพันธมิตรทั่วประเทศได้ที่ หมวดรถบรรทุก ASK Kairod หรือทักไลน์ @askkairod เพื่อให้ทีมงานช่วยประเมินวงเงินสินเชื่อก่อนวันประมูลให้ฟรี

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page